“เล่าเรื่อง เมืองล้านนา” 23 สิงหาคม 2569

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 โดยสินในน้ำ✍️….เป็นหนี้คือทุกข์ในโลก อินาทานัง ทุกขังโลเก สิ่งสำคัญยิ่งกว่าทรัพย์สินเงินทอง คือการมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าสุขภาพแข็งแรง ก็คือการมีจิตใจที่สงบเย็น ไม่เป็นทุกข์ การพ่ายแพ้แก่ผู้อื่น แม้จะย่อยยับสักเพียงใด ก็ไม่เท่าแพ้เสียงในหัวตัวเอง ที่ชักจูงให้หลงผิดเพราะเสียงแห่งกิเลสที่กระซิบแผ่วเบานั้นคือ สิ่งที่จะนำพาไปสู่ความตกต่ำอย่างที่สุด ความพ่ายแพ้ที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตคือ การกู้ยืม หลงเอาเงินในอนาคตมาใช้เสพสุขชั่วคราว จนต้องตกเป็นทาสเจ้าหนี้ ที่ตามเคี้ยวเข็ญบีบบังคับให้ต้องทนตรากตรำทำงานหนัก ไร้อิสรภาพ ความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน คือการอยู่แบบไม่ติดค้างหนี้สินใคร แม้กินเพียงผักหญ้าริมรั้ว ก็ยังมีใจที่เบาสบาย ตรงกันข้าม การยอมสร้างหนี้เกินตัว คือการยืมความสุขในอนาคตมาใช้แล้วต้องเอาอิสรภาพในปัจจุบันไปชดใช้ เพราะเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงบอกว่า อินาทานัง ทุกขังโลเก การเป็นหนี้คือทุกข์ในโลก….วันนี้ ขอพูดเรื่องของครู ซึ่งอยากให้พี่น้องได้พิจารณาค่อย ๆ อ่านคอลัมม์นี้แล้ววิเคราะห์กันเอาเองว่า ควรคิดกับครูอย่างไร เขาว่า เด็กฆ่าครู สังคมตำหนิครู เด็กฆ่าเพื่อน สังคมตำหนิครู ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเด็ก สังคมตำหนิครู สังคมคาดหวังใช่ไหมว่า ครูต้องสมบูรณ์แบบ บางทีสิ่งที่น่าเหนื่อยที่สุดของการเป็นครู อาจไม่ใช่การสอนหนังสือ ไม่ใช่การตรวจงาน ไม่ใช่การทำเอกสารแต่คือการต้องพยายามเป็นคนที่ไม่เคยผิดพลาด ในสายตาของใครต่อใคร ครูต้องใจดี แต่ถ้าใจดีมากไปก็ถูกมองว่าอ่อนแอ ครูต้องเข้มงวด แต่ถ้าเข้มงวดมากไป ก็ถูกมองว่ากดดันเด็ก แต่ถ้า เด็กมีปัญหา ครูก็ถูกถามว่า ทำไมไม่ดูแลให้ดี….ครูต้องให้โอกาส แต่ถ้าให้ 0 หรือ ร. ก็ผิด ครูไม่ให้ 0 หรือ ร. ก็ถูกกล่าวหาว่าปล่อยเด็กผ่าน เด็กไม่ส่งงาน ครูผิด เด็กไม่ตั้งใจเรียน ครูผิด เด็กทะเลาะกัน ครูผิด เด็กทำผิดนอกโรงเรียน บางครั้งก็ยังมีคนถามว่า ครูสอนเด็กอย่างไร จนบางครั้งอดสงสัยไม่ได้ว่า สังคมกำลังคาดหวังให้ครูเป็น ครู หรือกำลังคาดหวังให้ครูเป็นผู้รับผิดชอบชีวิตเด็กทุกเรื่อง ครูต้องสอนหนังสือ ต้องสอนระเบียบวินัย ต้องสอนคุณธรรม ต้องดูแลความปลอดภัย ต้องแก้ปัญหา พฤติกรรม ต้องรับมือกับปัญหา ครอบครัว ต้องเข้าใจสภาพจิตใจเด็ก ต้องทำงานเอกสาร ต้องประเมินผล ต้องทำโครงการ ต้องพาเด็กแข่งขัน ต้องสร้างโอกาสสร้างแรงบันดาลใจ ต้องสร้างผลงานให้โรงเรียน และบางครั้งยังถูกคาดหวัง ให้เป็นคนกลางในการแก้ปัญหา ที่เกิดจากสิ่งที่อยู่นอกห้องเรียน….แต่มีคำถามหนึ่งที่สังคมอาจต้องถามตัวเองบ้างว่า แล้วครูมีชีวิตของตัวเองบ้างหรือไม่ ครูก็มีพ่อแม่ที่ต้องดูแล ครูก็มีลูกที่ต้องเลี้ยง ครูก็มีสามี ภรรยา หรือครอบครัวที่ต้องใส่ใจ ครูก็มีวันที่เหนื่อย มีวันที่เสียใจ มีวันที่ท้อ มีวันที่ไม่รู้ว่าจะรับมือกับปัญหาอย่างไร และที่สำคัญ ครูก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ครูไม่ใช่เครื่องจักร ที่ถูกสร้างมาเพื่อรองรับทุกปัญหาของสังคม ..วันนี้เรื่องของครูเอาไว้แค่นี้ก่อน พรุ่งนี้จะหยิบมาพูดต่อครับ
....สินในน้ำ

Related posts